การเปลี่ยนผ่านจากสีเทาไปสู่องค์ประกอบสร้างชีวิตของ "สล็อต แมชชีน" (Slot Machine: The Mutation from Grey to Cell)
การเปลี่ยนผ่านจากสีเทาไปสู่องค์ประกอบสร้างชีวิตของ "สล็อต แมชชีน" (Slot Machine: The Mutation from Grey to Cell) หากจะหาวงดนตรีร็อคไทยรุ่นใหม่สักวงหนึ่งที่เติบโตและพัฒนาจากวงน้องใหม่กลายเป็นวงแห่งความหวังของวงการดนตรีร็อคไทยอย่างรวดเร็วและมั่นคงแล้ว แน่นอนว่าวงดนตรีที่ชื่อ "Slot Machine" ย่อมเป็นวงดนตรีแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง
ย้อนกลับไปในปี 2543 เด็กนักเรียนมัธยมสี่คนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมกันก่อตั้งวงดนตรีชื่อ "อะลุ่มอะหล่วย" และเริ่มฉายแววความสามารถทางดนตรีด้วยการคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากเวทีศิลปากร มิวสิคอะวอร์ด และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ฮอตเวฟ มิวสิค อวอร์ด ครั้งที่ 6
ความสำเร็จเล็กๆ ในครั้งนั้นได้ออกดอกผลอันหอมหวานในอีกสามปีต่อมา คือในปี 2547 วง อะลุ่มอะหล่วย ก็ได้มีโอกาสออกอัลบั้มชุดแรกกับ โซนี่ มิวสิค บีอีซี-เทโร (ซึ่งปัจจุบันคือ โซนี่ มิวสิค) ซึ่งพวกเขาก็เปลี่ยนชื่อวงจาก "อะลุ่มอะหล่วย" มาเป็น "Slot Machine" โดยมีอัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อวง มีเพลงดังอย่าง "รอ" และประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ
ปี 2549 Slot Machine มีสมาชิกเปลี่ยนออก 2 คนและเพิ่มขึ้นอีก 3 คน จากวงดนตรี 4 ชิ้น เป็น 5 ชิ้น และออกอัลบั้ม "Mutation" (มิวเทชั่น) ที่มีเพลงดังอย่าง "ผ่าน" ที่กลายเป็นเพลงฮิตไปทั่วประเทศ นอกจากความนิยมสูงสุดแล้ว "ผ่าน" ยังได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์มากมายและคว้ารางวัลสำคัญจาก SEED AWARDS ครั้งที่ 2 (มกราคม 2550) ในสาขาเพลงยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี SEED SONG OF THE YEAR จากเพลง "ผ่าน"
นอกจาก "ผ่าน" แล้ว เพลง "คำสุดท้าย" ก็เป็นเพลงฮิตของพวกเขาอีกเพลงหนึ่งในอัลบั้มที่สอง และ Slot Machine ก็ได้รับเกียรติสูงสุดเท่าที่วงดนตรีซึ่งออกอัลบั้มมาแค่สองชุดพึงได้รับ นั่นก็คือการได้รับเลือกให้วงเปิดการแสดง (Opening Act) ให้กับคอนเสิร์ตของวงร็อคระดับโลกอย่าง Linkin Park ในการมาทัวร์คอนเสิร์ตที่กรุงเทพในปี 2550
และจากจุดนั้นชื่อของ "Slot Machine" ก็ได้รับการจับตามองในฐานะวงดนตรีที่นาตื่นตาตื่นใจและมีแฟนเพลงตั้งตารอคอยผลงานมากที่สุดวงหนึ่งของวงการเพลงไทย
ในปีต่อมา พวกเขาไม่ปล่อยให้แฟนๆ ต้องรอนาน เมื่อ Slot Machine กลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่ ที่ชื่อว่า "GREY" (เกรย์) ที่พวกเขาบอกว่าวงได้ก้าวข้ามความเป็นวงดนตรีร็อคไปสู่การเป็นวงดนตรีที่ทำเพลงซึ่งนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ผ่านท่วงทำนองดนตรีที่ไม่ปิดกั้นบนพื้นฐานของความเป็นร็อค
แนวทางของเรา มันเป็นวิถีทั้ง จิตใจ ความคิด ชีวิต เพลง เสื้อผ้า ภาพลักษณ์ การกระทำ ฯลฯ ไม่ใช่ Rock, Pop หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คนบอกว่าเราเป็น.....เราขอนิยามว่าแนวทางของเราคือ "Grey" นี่คือคำอธิบายที่ Slot Machine มีต่อสิ่งที่พวกเขาเป็น
อัลบั้มชุดนี้ Slot Machine ได้ร่วมงานกับ Scott Moffatt (สก็อตต์ มอฟฟ์แฟตต์ - อดีตสมาชิกของวง The Moffatts จากแคนาดา) ในฐานะโปรดิวเซอร์จากชุดที่แล้วอีกครั้ง ซึ่งสมาชิกปัจจุบันในชุดนี้มีเพียง 4 คน (ซึ่งเป็นสมาชิกชุดปัจจุบัน) เปิดตัวด้วยเพลง"ฝัน" และประสบความสำเร็จอย่างดงามทั้งอัลบั้มและการทัวร์คอนเสิร์ตจนทำให้เกิดดีวีดีอัลบั้มพิเศษ Machi~Nema (แมชชีน~เนม่า) เพื่อเป็นบทบันทึกผลงานด้านภาพทั้งมิวสิควิดีโอ, การแสดงสดและเบื้องหลังการทำงานให้แฟนๆได้สะสม
"อัลบั้มที่แล้ว (Grey) ที่ผมจำได้ก็คือมีโชว์เยอะมาก ทั้งมิวสิก เฟสติวัล, อีเวนต์ต่างๆ" เฟิร์ส นักร้องนำของวงกล่าว "Slot Machine ทำโชว์แบบไม่ตายตัว อาจมีแพทเทิร์นบ้างเพื่อเป็นโครงคร่าวๆ แต่การโชว์แต่ละที่ก็จะไม่เหมือนกัน เราจะอิมโพรไวส์กันไป น่าจะเป็นตรงนี้ด้วยที่ทำให้โชว์ของพวกเรามันสด ธรรมชาติของ Slot Machine จะเป็นลักษณะผสมกัน"
"ถ้าเป็นการทำงาน Studio album เราก็เต็มที่ ไม่รับโชว์เลย พออัลบั้มเสร็จปุ๊บ ก็มารับโชว์ฟูลไทม์เลย ซึ่งจิตใจและความคิดในการทำงานก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย เพียงแต่ต้องแบ่งแยกการทำงาน อย่างในสตูดิโอต้องการความสมบูรณ์แบบ พอมาเป็น performance ต้องเน้นซาวนด์ และยังต้องเน้นภาพด้วย ซึ่งเราเองค่อนข้างทำงานกันเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นพวกเราเองสี่คน รวมทั้งพี่ๆ ทีมงาน
"การทำงานของพวกเราคือคุยกันเยอะไม่ใช่แค่เพียงคุยกันตอนประชุม เรายังโทรคุยกัน นั่งกินข้าวก็คุยกัน คือเราคุยกันตลอดเวลา แชร์ความคิดกันตลอด เพราะรู้สึกว่าสนุกที่ได้คิด และสนุกในการ performance ด้วย โชว์จากชุดที่แล้วประมาณ 500 โชว์ ในระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง" เฟิร์สสรุปถึงสิ่งที่วงได้ทำเกือบสองปีที่ผ่านมา
และเมื่อถึงเวลาอันสมควรก็ได้เวลาที่ สล็อต แมชชีน เริ่มคิดถึงอัลบั้มใหม่ซึ่งเป็นผลงานสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 4
"หลายๆ คนก็บอกว่าเราควรทำอัลบั้มใหม่ได้แล้วนะ แต่เราคิดว่าเป็นความรับผิดชอบในฐานะศิลปินที่เราเกิดมาเพื่อทำดนตรี มากไปกว่านั้นคือการทำงานแบบมืออาชีพ ที่รวมทั้ง art และ business ด้วย ซึ่งเราอยากเป็นตำนานที่ยังไม่ตาย อยากให้งานที่เราทำออกมาอย่างน้อยอยู่ไปอีกห้าปี สิบปี คือเป็นสิ่งที่เราตั้งใจทำให้ดี และอยู่ยาวอยู่นาน ซึ่งถ้าไม่มีอัลบั้มใหม่ ก็ยังมีเพลงจากอัลบั้ม Grey อยู่" แก๊กว่า
"อัลบั้มชุดใหม่ชื่อว่า "Cell" (เซลล์) ครับ คอนเสปต์ต่อมาจาก Grey ที่เป็นเทาๆ ไม่ขาว ไม่ดำ เป็นทางสายกลาง นั่นคือสิ่งที่พวกเราเป็น ทีนี้ชุดนี้เรามองว่า ความคิด ทัศนคติ ของพวกเราเปรียบเหมือน Cell คือเป็นสิ่งที่เล็กที่สุดแต่ก็ยิ่งใหญ่ที่สุด เรามี Cell แบบไหน ตัวตนของเราก็เป็นแบบนั้น" เฟิร์สกล่าวถึงที่มาของชื่ออัลบั้ม
"การทำงานอัลบั้มใหม่ของวงที่เป็นรูปธรรม มีสองแบบ คือ หนึ่งเริ่มที่ห้องซ้อม อัดใส่โทรศัพท์แล้วมาทำต่อในคอมพิวเตอร์ นอกจากนั้นก็เป็นการเริ่มต้นของแต่ละคน จากเพลง "ผ่าน" ที่คนฟังชอบมากๆ เราเลยติดกลิ่นของเพลง "ผ่าน" มาด้วย การเริ่มต้นชุดใหม่ ก็อาศัยการตัดสินใจร่วมกันของทุกคนในวงด้วย จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาของวง ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น รู้ว่าใครด้อยตรงไหน ทำให้เราค่อยๆ ยอมรับข้อด้อยของแต่ละคน การทำงานชุดใหม่จึงต้องถือว่า หนึ่งงานต้องไม่เร่ง และสองทั้งวงต้องเห็นตรงกัน ถ้ามันไม่ดีจริงๆเราต้องแก้ เราต้องทำให้ดีกว่านี้ได้ ชุดใหม่การทำงานของเรา ถ้ามีใครบางคนติดปุ๊บ เราต้องฟัง เราเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น ให้ตัวตนความถนัดของแต่ละคนชัดเจนขึ้น ทุกอย่างจะชัดเจนมากขึ้นในชุดใหม่นี้ เพลงในอัลบั้มใหม่จะเป็นแบบผสมๆกัน ไม่แยกหน้าที่กันแบบชุดแรก เราทำทุกเพลงให้เป็นซิงเกิ้ลได้ ฟังแล้วกลมกล่อม
"ชุดใหม่ ในทางดนตรีจะจัดจ้านขึ้น แฟชั่นขึ้น มีความจัดจ้านท่วงทำนองมากขึ้น เรารู้สึกว่าเรามีจุดแข็งตรงที่เราตอบไม่ได้ว่าเราทำเพลงแนวอะไร แล้วแต่ว่าเราผ่าน เราเจออะไรมาในชีวิตซึ่งก็กลายมาเป็นเราในวันนี้ และเพื่อให้งานเรามันใช่ ต้องทำงานเป็นทีม" วิทย์มือกีตาร์ของวงกล่าว
"ทางด้านเนื้อร้อง เนื้อหา ก็จะมีดนตรีคร่าวๆ โดยผมจะฮัมออกมา โดยอยากจะออกเสียงอะไรก็ออก แล้วก็มาคิดว่าเราได้ยินเสียงนั้นว่าอะไร แล้วภาษามันก็มาเอง เป็นกลอน เป็นภาพบ้าง ผมชอบเล่าเรื่องเป็นภาพ ส่วนเนื้อเรื่องก็มาจากทัศนคติที่เราอยู่ด้วยกันมา คือมีความเป็นพุทธ มีปรัชญา วิทยาศาสตร์ เป็นวิถีชีวิต เช่นเพลง "ลืมโลก" แล้วก็เพลง "ผ่าน" จาก 2 อัลบั้มก่อนที่เป็นแบบโคตรพุทธเลย ผมว่าวิทยาศาสตร์กับพุทธ มันเป็นเรื่องเดียวกัน ในอัลบั้มใหม่ก็มีเพลง "ราตรีไร้นาม" ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการต่อสู้ของสองสิ่ง คือเหมือนเราต่อสู้กับด้านมืดของตัว ต่อสู้กับจิตใต้สำนึกของตัวเอง คือเชื่อว่าทุกอย่างมันมีสองด้าน ทุกเพลงในชุดใหม่นี้ จะแสดงตัวตนของ สล็อต แมชชีน ส่วนเพลงที่จับต้องได้คือ เพลง "พระอาทิตย์ทรงกลด" เป็นเพลงที่เริ่มมาจากห้องซ้อม ที่มีการเริ่มมาจากกีตาร์ที่มีเมโลดี้ ที่ไทยมาก แล้วก็ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกัน และเพลงนี้ก็ใช้เวลามากเพื่อทำให้เสร็จ คือพยายามทำให้มีความเป็นไทยในเมโลดี้ ในกลิ่นอาย คือทำความเป็นไทยให้สากล เหมือนอย่างที่เราทำในเพลง "จันทร์เจ้า"
"ส่วนเพลง "พลูโตที่รัก" เป็นการใช้สัญลักษณ์ แต่งออกมาเป็นเพลงรัก แต่จริงๆเรื่องราวจะพูดเกี่ยวกับความเหงา คือเหมือนกับเราอยู่คนเดียวแล้วเราเหงา แต่ถ้าอยู่ท่ามกลางผู้คนแล้วเราเหงา มันเหงากว่ากันเยอะ เป็นเรื่องราวความเหงาที่พร่ำเพ้อถึงคนที่เรารัก สิ่งที่เรารัก แทนค่าด้วยความห่างไกล เวิ้งว้างกว้างใหญ่ของจักรวาล เลยเอาดาวพลูโตมาเป็นซิมโบลิก มันเหมือนเรารู้จักดาวพลูโตมาตั้งแต่เด็กแล้ววันหนึ่ง ก็ถอดมันออกจากระบบสุริยะ เราเกิดคำถามว่า ทำไมล่ะ แค่อยู่ไกลแล้วเราต้องถอดเขาออก เรามีสิทธิ์รึเปล่า เราเป็นใคร เขาก็ยังอยู่ที่เดิม ผมเลยแทนค่าเรื่องความห่างไกล สิ่งที่คิดถึง กับดาวพลูโต" เฟิร์สเล่าถึงวิธีการทำงานในด้านการเขียนเนื้อเพลงของเขา
อัลบั้มชุดนี้นอกจาก Slot Machine จะเติบโตทางวิธีคิดและพัฒนาทักษะการทำงานแล้ว พวกเขายังยอมรับว่าทักษะส่วนใหญ่มาจากการทำงานกับโปรดิวเซอร์ เจ- มณฑล จิรา
"ร่วมงานกับพี่เจ ด้วยความสบายใจ พี่เจเป็นคนน่ารัก และขี้เกรงใจมาก เกรงใจเราเสียจนเราเกรงใจ" ออโต้ พูดถึงการทำงานกับมณฑล จิรา "พี่เจมีไอเดียเสมอแต่บางครั้งอยากให้เราแสดงความคิดออกมาก่อน พี่เขายังไม่บอกว่าเขาคิดยังไง จนตอนท้ายเขาจะยิ้มๆ และค่อยๆ บอกเราว่าลองแบบนี้ไหม จริงๆโดยตำแหน่งแกบอกเรายังไงก็ได้ แต่พี่เขาให้เกียรติพวกเรามาก และไม่มองข้ามความเห็นของเราเลย" ออโต้ว่า
"อัลบั้มนี้เราใช้วิธีอัดแบบที่มันแก้ได้ เราจะทำให้ดีที่สุด เติมธรรมชาติ เติมชีวิตเข้าไปในเนื้องาน เราใช้วิธีการที่มันไม่เป็นบรรทัดฐานแล้ว เพิ่มอีโมชั่น เพิ่มความรู้สึก สื่อมิติทางความรู้สึกให้ได้ ร้องถ่ายทอดยังไงให้ได้เสียง ได้กลิ่น ให้เกิดเป็นความธรรมชาติมากที่สุด"
"ชุดนี้ทุกคนจะมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกในส่วนที่ตัวเองทำได้ดีที่สุด คือเป็นเจ้านายทุกคน (หัวเราะ) อีกอย่างหนึ่งของเราคือเรื่องของความเป็นทีม พวกผมเชื่อว่าวงดนตรี ที่จะเปลี่ยนโลกต้องเริ่มเปลี่ยนที่ตัวเองก่อน เราก็ทดลองเปลี่ยนหลายอย่างเช่นเวลาโชว์เราสงสัยว่าทำไมกลองต้องไปอยู่ข้างหลัง ชุดหน้าเราอาจจะเอามือกลองอยู่ข้างหน้า นักร้องอยู่ข้างหลังก็ได้" เฟิร์สปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะ
และนี่คือการเปลี่ยนผ่านจากสีเทาไปสู่องค์ประกอบสร้างชีวิตของวงดนตรีชื่อ
Slot Machine และอัลบั้มใหม่ "Cell"